หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

หลักการเลือกวัสดุเพื่อใช้ทำตะแกรงฉีก

หลักการเลือกวัสดุเพื่อใช้ทำตะแกรงฉีก

จากบทความก่อนหน้า ที่กล่าวถึงคุณสมบัติต่างๆของวัสดุที่ใช้ทำตะแกรงฉีกแล้ว บทความนี้เราจะมาสรุปการเลือกวัสดุรวมถึงความหนาของวัสดุให้เหมาะกับการใช้งานลักษณะต่างๆกัน โดยจะยกตัวอย่างการใช้งานที่เป็นที่นิยมและมีลูกค้าสอบถามกันบ่อยๆดังนี้

ลักษณะงาน
วัสดุที่แนะนำ
ความหนาที่แนะนำ(มม.)
ปูพื้นกันลื่น
เหล็ก,สแตนเลส
1.2-2.3
ทำทางคนเดินแบบพื้นลอย
เหล็ก,สแตนเลส
3.2 ขึ้นไป
ทำฝ้า,เพดาน
อลูมิเนียม,สแตนเลส,เหล็ก
1.2 – 2.3
กันนก,หนู
สแตนเลส,เหล็ก
1.2-1.6
งานตกแต่ง,ทำบังตา
อลูมิเนียม,สแตนเลส
1.2-1.6
ทำรั้ว,ราวกันตก
สแตนเลส,เหล็ก
2.3
รองพื้นก่อนเทปูน
เหล็ก
3.2
ปูทางรถวิ่ง
สแตนเลส
4.5 ขึ้นไป
**ตารางนี้เป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีข้อมูลน้อยหรือยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกวัสดุเท่านั้น  ทั้งนี้การเลือกใช้วัสดุใดๆ ต้องขึ้นอยู่กับสภาพหน้างานและความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก


^_^ เชิญสอบถามและขอแคตตาล็อคได้เลยนะคะ ^_^
คุณณัชชา 081-4250662 (DTAC) ,080-0488011 (GSM) , 086-5229402 (TRUE)

 หรือสามารถเทียบขนาดรุ่นต่างๆตามตารางนี้นะคะ มาตรฐานตะแกรงฉีกคลิ๊ก

วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ทำตะแกรงฉีก



คุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ทำตะแกรงฉีก
โดยทั่วไปแล้วตะแกรงฉีกสามารถทำได้จากวัสดุ 3 ชนิด คือ เหล็ก,สแตนเลสและอลูมิเนียม โดยวัสดุแต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติในตัวของมันเอง ผู้ใช้งานจึงต้องเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับงานที่จะต้องใช้ และบางครั้งอาจต้องคำนึงถึงเรื่องงบประมาณอีกด้วย 

เราอาจสรุปคุณสมบัติเบื้องต้นของวัสดุที่ใช้ทำตะแกรงฉีกได้ตามตาราง ดังนี้

ความแข็ง
ความเหนียว
น้ำหนัก
การเกิดสนิม
ความทนต่อสารเคมี
ราคา
เหล็ก
สูง
ปานกลาง
สูง
เกิดสนิม
ไม่ทน
ต่ำ
สแตนเลส
สูง
สูง
สูง
ไม่เกิดสนิม
ทนทาน
สูง
อลูมิเนียม
ต่ำ
ต่ำ
ต่ำ
ไม่เกิดสนิม
ทนทาน
ปานกลาง
***ตารางนี้เปรียบเทียบระหว่างวัสดุ 3 ชนิดนี้ ในเกรดที่ใช้ทำตะแกรงฉีกเท่านั้น

โดยคุณสมบัติต่างๆของวัสดุ อาจสรุปความหมายเพื่อให้เข้าใจง่ายๆได้ดังนี้
1.ความแข็ง หมายถึง ความทนทานต่อแรงกระทำไม่ว่าจะเป็นการกด,กระแทก,บิด,โค้งงอ ฯลฯ
2.ความเหนียวหรือความยืดหยุ่น หมายถึงความทนทานต่อการเสียรูปร่างโดยที่วัสดุไม่ถูกทำให้แตกหักหรือถูกทำลาย เช่นสามารถทนการโค้งงอ,ขึ้นรูปเป็นแบบต่างๆหรือแอ่นตัวได้โดยไม่หัก ,สามารถรับแรงกระแทกจนวัสดุเป็นรอยบุ๋มลงไปแต่ไม่แตกออก หรืออาจสรุปได้ว่าความเหนียวตรงกันข้ามกับความเปราะของวัสดุนั่นเอง
3.การเกิดสนิม หมายถึง การเกิดปฎิกิริยาระหว่างเหล็กกับออกซิเจนในอากาศทำให้เกิดการเสื่อมของเหล็ก
4.ความทนต่อสารเคมี หมายถึง ความสามารถในการสัมผัสกับสารเคมีได้โดยไม่เสียคุณสมบัติของวัสดุ

 www.Chaiwattana3A.com